เวลาจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้นเอง

อ่าน.......ขำๆ

วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2553

แร้งวัดสระเกศ







หลายๆคนคงเคยได้ยินคำว่า "แร้งวัดสระเกศ เปรตวัดสุทัศน์" กันมาจนชินหู
ทั้งสองวัดนี้.. มักจะได้ยินพร้อมๆกันเสมอ..
เพราะครั้งหนึ่งมันเคยเป็นอย่างนั้น
และมันก้อคือ นรกจำลองดีๆ นี่เองค่ะ


โดยเฉพาะเรื่องของวัดสระเกศ ที่แต่ก่อนเป็นศูนย์รวมของแร้งนับพัน
อันเนื่องมาจากโรคห่าระบาดเมืองในช่วงรัชกาลที่ 2 นั่นเอง
สถิติคนตายตอนนั้นก้อไม่มากไม่มายเท่าไหร่หรอกค่ะ..
ตายไปสามหมื่นคนภายใน 15 วันเท่านั้น เท่านั้นจริงๆ


กรุงเทพตอนนั้น.. กลายเป็นเมืองแห่งคนตายเลยล่ะค่ะ
เพราะคนที่มีชีวิตอยู่ เห็นจะน้อยกว่าศพที่กองระเนระนาดไปทุกตารางนิ้ว
แม้แต่แม่น้ำลำคลองก้อยังเต็มไปด้วยซากศพ จนใช้อาบใช้กินไม่ได้เลยทีเดียว


คนตายกันไม่รู้วันละกี่พัน จะจัดพิธีทำศพก้อไม่ทัน
จะเผาก้อไม่ทัน จะฝังก้อไม่ทันอีก..


ไม่มีวิธีการไหนจะจัดการกับศพเหล่านั้นได้

สุดท้าย.. ต้องขุดหลุมแล้วเอาศพมากองรวมกันไว้ที่นี่..วัดสระเกศ




นอกจากสมัยรัชกาลที่ 2 แล้วโรคห่าก้อระบาดกันทุกรัชกาลเลยนะคะ
เค้าก้อจะเอามากองรวมกันที่วัดสระเกศ..
ฝูงแร้งก้อจะมารวมกันอยู่ที่นี่ เยอะขึ้น เยอะขึ้น อิ่มหนำสำราญมากมาย
จำนวนคนตายมันมากจนฝูงแร้งมีกินกันได้ทั้งชีวิตเลยทีเดียว


นอกจากศพคนตายด้วยโรคห่าแล้ว
ก้อยังมีศพที่ไม่ได้มาจากโรคห่าด้วยนะคะ
อย่างสมัยรัชกาลที่ 5 เนี่ย..
ทางคุกจะเอาศพนักโทษที่แก่ตายมาทิ้งไว้ที่นี่
ศพนักโทษประหารก้อด้วย..
ถ้าไม่ขุดหลุมกลบ เค้าก้อจะแบกศพมาทั้งๆที่ไม่มีหัวน่ะแหละ
และยังมีศพไร้ญาติอีก เอามาทิ้งไว้ที่นี่เหมือนกันค่ะ


ส่วนสภาพศพที่โดนแร้งจิกก้อจักเป็นเยี่ยงนี้



แล้วทำไมต้องเป็นวัดสระเกศ?

ต้องบอกก่อนว่าสมัยก่อนเค้าห้ามเผาศพกันในเมืองค่ะ
ใครตายก้อต้องนู่นเลย.. นอกกำแพงเมืองนู่น
แล้วประตูเมืองที่เค้าอนุญาตให้เอาศพผ่านก้อมีประตูเดียว
ที่เรียกว่า ประตูผีนั่นแหละค่ะ
ทีนี้วัดสระเกศก้ออยู่ใกล้กับประตูผีนั่นพอดี
ผ่านประตูเมืองมาก้อเจอกับวัดสระเกศเป็นวัดแรก..
ก้อเลยต้องเอาศพมาทิ้งที่นี่.. เพราะสะดวกดี


ก้อเพราะมันเป็นอย่างนี้..
เวลาพูดถึงแร้ง เลยทำให้นึกไปถึงวัดอื่นไม่ได้
นอกจาก.. วัดสระเกศ


(ปัจจุบันแร้งย้ายถิ่นไปกระจายกันอยู่ชนบทแล้ว เพราะความเจริญของกรุงเทพนั่นเอง)

ขอขอบคุณ ข้อมูล จาก :

www.nongza.exteen.com

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น