เวลาจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้นเอง

อ่าน.......ขำๆ

วันเสาร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2553

พาไปชมโรงงานเผาขยะของญี่ปุ่น!



วันนี้จะพาไปทัวร์โรงงานเผาขยะของญี่ปุ่นกันเน้อ เพราะฉะนั้นปิดจมูกแล้วตามข้าพเจ้ามา!!!

เนื่องจากว่าวิชาที่เรียนอยู่เน้นไปด้านสิ่งแวดล้อมกับการพัฒนา เพราะฉะนั้นเวลาจัดทัศนศึกษาขึ้นมาที
เลยได้มีโอกาสได้บุกไปตามศูนย์วิจัยและโรงงานต่างๆของญี่ปุ่น เช่นโรงผลิตไฟฟ้า โรงงานเบียร์อาซาฮี รวมถึงคราวนี้ โรงเผาขยะ
เพื่อดู Corporate Social Responsibility (CSR) หรือความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรนั้นๆ
เพราะว่าในทุกขั้นตอนการผลิตของโรงงานก็ก่อให้เกิดผลเสียต่อธรรมชาติได้ทั้งนั้น
ไม่ว่าจะเป็นน้ำเสีย ควันพิษ หรือแม้กระทั่งซากวัตถุดิบที่เหลือจากการผลิตนั้นๆว่าจะเอาไปทิ้งที่ไหนยังไง
การไปทัศนศึกษาพวกนี้ส่วนใหญ่ก็คือไปดูว่าองค์กรต่างๆมีการจัดการกับผลเสียพวกนั้นอย่างไรบ้างนั่นเอง

อย่างที่รู้กันว่าคนญี่ปุ่นทุกเพศทุกวัยล้วนมีงานอดิเรกคือการแยกขยะ โรงงานที่เราจะไปเป็นโรงงานเผาขยะแบบขยะเผาได้
เพราะฉะนั้นในเอนทรี่นี้ก็จะไม่ครอบคลุมไปถึงพวกขยะเผาไม่ได้ที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ (จะเป็นโรงงานอื่นแทน)
โรงงานเผาขยะที่จะไปคราวนี้คือ Shin-Koto Incineration Plant อยู่ตรงสถานี Shin Kiba สุดสาย Yurakucho



สถานี Shin Kiba เป็นอารมณ์โซนอุตสาหกรรม เดินอยู่แล้วไม่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่โตเกียวเลย
โรงงานที่จะไปต้องเดินไปสิบห้านาทีจากสถานี (ในโบรชัวร์มันบอกไว้แบบนี้)
แต่เอาจริงๆแล้วนานกว่านั้น ประมาณครึ่งชั่วโมงได้เพราะมันร้อนนนนนนนนนนนนน ดูแดดสิ


อันนี้เป็นด้านหน้าโรงงานเผาขยะ สูงๆที่เห็นคือปล่องปล่อยควัน


ตรงนี้เป็นทางเข้าไปด้านในโรงงาน


เข้าไปถึงปั๊บก็ไปนั่งฟังเขาบรรยายคร่าวๆเกี่ยวกับโรงงานนี้ในห้องประชุม



ด้านในห้องประชุมเป็นแบบนี้




โบรชัวร์ user-friendly มาก เพราะมีภาษาอังกฤษ (มีภาษาจีนเอาใจคนจีนด้วย ทำไมไม่มีไทย!!)



ต่อมาทางโรงงานมีการจัดทำวีดีโอไว้สอนเด็กๆที่มาทัศนศึกษาด้วย (แต่เด็กๆนี่คงแบบเด็กๆมากๆ เด็กประถมไรงี้)
มีมาสคอตออกมา (เป็นปลาโลมาหน้าตาประหลาดๆเหมือนโดนโยนเข้าไปในเตาเผา)
อันนี้มีถามคำถามแล้วให้กดปุ่มด้านหน้าตัวเองตอบคำถาม
ตอนท้ายมีคำนวณว่าใครตอบถูกมากที่สุดแล้วก็จะมีหนังหน้าคนนั้นขึ้นบนจอด้วยแน่ะ!

ต่อมาก็พาไปทัวร์โรงงาน


เริ่มจากจุดที่ทุกคนแสนจะเอนจอย เป็นภาพรวมการทำงานของโรงงานนี้
ตั้งแต่เริ่มต้นทิ้งขยะลงไปในบ่อพักจนกระทั่งเผาเสร็จออกมาเป็นซาก
จริงๆตรงนี้เขาเอาไว้สอนเด็ก จะสังเกตเห็นด้านล่างซ้ายว่าจะมีเป็นคนตัวเล็กๆ เป็นภาพสามมิติ นำทัวร์เราไปตามส่วนต่างๆของโรงงาน
(เพื่อนแซวว่ายังกะมาดิสนีย์แลนด์) ความเห็นส่วนตัวคิดว่าทำได้ดีมาก เด็กต้องประทับใจแน่นอน ขนาดเราโตยังกะควายยังชอบเลยกร๊าก



ไอ้สีฟ้าๆเรืองๆคือปลาโลมาหน้าตาประหลาดที่บอก กำลังพาเด็กทัวร์ตรงบ่อพักขยะ



อันนี้ภาพกระบวนการเผาว่าเผาแล้วไปไหน ได้อะไรออกมาบ้าง
ต่อมาก็ไปดูของจริงกันบ้าง


เริ่มจากจุดแรกที่เป็นจุดทิ้งขยะจากรถขยะ ก็จะเป็นช่องๆมาให้รถขยะมาจอด แล้วก็ทิ้งขยะลงไปในบ่อพักขยะ
เขาจะมีเหล็กกั้นเอาไว้ด้วยกันรถไหลลงไปละมั้ง เพราะมันอันตรายมากๆ
ตรงนี้เราเห็นแล้วนึกถึงขบวนการเรนเจอร์เลยอ่ะก๊ากกก

(ควรตั้งชื่อขบวนการว่าอะไรดี? ขยะสดเรนเจอร์? คอยปกป้องโลกจากขยะสังคม อะไรแบบนี้)


คุณลุงเจ้าหน้าที่อธิบายอย่างจริงจัง มีรถขยะกระดาษประกอบด้วยนะเออ


บ่อพักขยะหน้าตาเป็นแบบนี้ ลึกมาก และน่ากลัวมาก ถ้าหล่นลงไปไม่คอหักตายก็เหม็นตาย
เห็นแล้วแอบนึกถึงหนังฆาตกรรม


ไอ้ที่คีบๆนั่นไม่ใช่ UFO Catcher ตามเกมเซนเตอร์แน่นอน (เพราะฉะนั้นไม่ต้องหาที่หยอดเหรียญร้อยเยน)
แต่เป็นที่ตักขยะโยนเข้าไปในเตาเผานั่นเอง คนทำอาชีพนี้น่าจะคีบตุ๊กตาเก่งพอสมควร


ในเตาเผาขยะก็มีติดตั้งกล้องให้ดูด้วยว่าสภาพเป็นยังไง อุณหภูมิในเตาเผาประมาณ 800 องศาเซลเซียส หยึยยย
ความร้อนที่มาจากการเผาขยะก็เอาไปทำประโยชน์ต่อได้ เช่นส่งไปยังสระว่ายน้ำในที่ร่ม
ทำให้อุณหภูมิของน้ำอุ่นพอที่จะว่ายได้ในฤดูอื่นๆ หรือไม่ก็ส่งไปยังเรือนกระจกที่เลี้ยงพืชเขตร้อน



ตรงนี้ถ้าจำไม่ผิด คิดว่าเป็นส่วนที่จัดการกับก๊าซพิษที่เกิดจากการเผาขยะ
เป็นการกรองให้อากาศออกมาเป็นอากาศสะอาดจนที่เหลือออกมานั้นเป็นก๊าซที่สะอาดและไม่มีอันตรายต่อมนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ
ก่อนจะปล่อยออกไปตามปล่องสูงๆที่เห็นในภาพแรก แจ่มไหมล่ะ!




ซากที่ได้จากการเผาขยะก็ออกมาเป็นขี้เถ้า มีทั้งแบบที่เรียกว่า Bottom ash คือขี้เถ้าที่มันเหลือติดๆอยู่กะพื้นเตาเผา
กับ Fly ash คือพวกฝุ่นขี้เถ้าที่ปลิวไปมา พวกนี้จะถูกดักเอาไว้โดย Filter Bag คือไอ้กล่องๆในภาพนี้
ขี้เถ้าทั้งสองอย่างจะถูกรวบรวมเอาไปใช้ประโยชน์ด้านการก่อสร้างหรือถมทะเลต่อไป



อาจารย์กะเพื่อนๆกะลังอ่านคำอธิบายอยู่



อันนี้จำไม่ได้แล้วว่าคืออะไร T_T



ศูนย์ควบคุมกลาง ทุกอย่างก็ถูกคุมโดยคอมพิวเตอร์ มีคนคอยมอนิเตอร์เฉยๆ (จริงๆแล้วอาจจะแอบเล่นวินนิ่งกันก็ได้นะ กร๊ากกกกกก)


อันนี้เป็นวิวจากโรงงานเผาขยะ เกาะตรงกลางน้ำนั่นก็มีการเอาขี้เถ้าที่ได้จากการเผาขยะมาถมขึ้นมา


โรงงานที่นี่ได้ ISO14001 กับรางวัลอื่นๆมากมาย ซึ่งก็ดูสมควรจะได้รับแล้ว
เพราะ
จะเห็นได้ว่าทั้งพลังงานและของเสียที่เกิดขึ้นจากการเผาขยะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หมดเลย
แถมนอกจากจะสามารถใช้พลังงานที่เกิดขึ้นจากการเผาขยะกับจัดการกับของเสียทั้งหลายได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว
ยังให้ความสำคัญกับการให้ความรู้และการปลูกฝังจิตสำนึกแก่คนที่เข้ามาทัวร์โรงงานด้วย แจ่มหลายๆ
(ที่ดีมากๆคือโบรชัวร์มีภาษาอังกฤษด้วย)

เวลาไปดูโรงงานของญี่ปุ่นแล้วประทับใจทุกครั้ง รู้สึกว่าเขาเอาใจใส่กับคนในสังคมดี แบบว่าเห็นแก่สังคม ไม่ได้มุ่งแต่จะหากำไร
จริงๆแล้วอาจจะเป็นเพราะช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นมีการสร้างโรงงานขึ้นมาเยอะมากเพราะพยายามเร่งพัฒนาประเทศ
แล้วสมัยก่อนไม่มีกฏหมายสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดพอ โรงงานก็ปล่อยพวกของเสีย สารพิษต่างๆออกมากันกระหน่ำซัมเมอร์เซลล์
เช่นพวกสารปรอทกับตะกั่ว เลยนำไปสู่พวกโรคต่างๆที่เราเคยเรียนกัน อย่างมินามาตะ อิไตอิไต อะไรแบบนี้

หลังจากนั้นคนญี่ปุ่นเลยเกิดความรู้สึกว่าสิ่งแวดล้อมนี่เป็นเรื่องสำคัญมาก มีการออกกฏหมายอย่างเข้มงวดออกมาควบคุม
แล้วก็ปลูกฝังจิตสำนึกการกับการรักษาสภาพแวดล้อมจนกลายมาเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันอย่างเรื่องแยกขยะเป็นต้น
(แต่คนที่ไม่ค่อยใส่ใจแยกก็มีเหมือนกันนะ ส่วนใหญ่ที่ตั้งใจ๊ตั้งใจแยกเนี่ย เด็กๆทั้งนั้นกร๊ากกกก ครูสอนมาดี)

สุดท้ายนี้ การพัฒนาด้านเศรษฐกิจกับการรักษาสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่สิ่งที่ต้องอยู่เป็นขั้วตรงข้ามเสมอไป
ประเทศกำลังพัฒนาหลายประเทศชอบคิดว่าการตั้งกฏหมายสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดเกินเป็นการทำให้ธุรกิจต่างๆ
ลดความสนใจในการจะมาตั้งโรงงานในประเทศนั้นๆลง แล้วนำมาสู่ผลเสียหรือการขาดรายได้ทางเศรษฐกิจ
ซึ่งมันก็ไม่จริงเสมอไป เพราะถ้าเกิดประเทศไม่มีกฏหมายสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด แล้วปล่อยให้โรงงานที่ไร้ความรับผิดชอบต่อสังคม
เข้ามาทำกิจการกันเยอะๆ ผลเสียที่เกิดขึ้นก็มีต่อประชาชนในประเทศนั้นๆ ที่เป็นกำลังสำคัญต่อการพัฒนาประเทศเสียเอง



อันนี้เป็นภาพเกี่ยวกับการรีไซเคิลขยะ ตามพวกผลิตภัณฑ์ต่างๆของญี่ปุ่นจะมีป้ายบอกไว้ ว่าไอ้นี่คืออะไร
กระดาษ พลาสติก อะลูมิเนียม หรือเป็นขวด PET เวลาเราแยกขยะจะได้ง่ายๆ


คุณลุงเจ้าหน้าที่ทิ้งท้ายเอาไว้ว่าทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นได้ที่ตัวเราเอง โดยการปฏิบัติตนตามหลัก 3R
คือ Reduce Reuse และ Recycle กล่าวคือทุกครั้งก่อนซื้อของ ให้ดูว่าเราจำเป็นต้องซื้อมันจริงๆหรือเปล่า
ไปซุปเปอร์มาร์เก็ตหรือช้อปปิ้งก็เอาถุงไปเอง จะได้ลดการใช้ถุงพลาสติก เวลาจะทิ้งของก็ให้เลือกไปบริจาคแทนถ้าของยังใช้ได้อยู่
นอกจากนั้นก็คือการแยกขยะเพื่อให้เกิดการ recycle นำกลับมาใช้ใหม่ได้อีกรอบนั่นแล

เอนทรี่นี้มีสาระที่สุดตั้งแต่เคยเขียนมาเลยมั้ง ;-p!!!! ใครอ่านจบขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ (กราบบบบบบบบบ)


OMAKE

ปิดท้ายแบบเกรียนๆด้วยภาพ "เมพีเสรีภาพ" เพราะเป็นหน้าร้อนเลยถือน้ำแข็งไสรสมะม่วง



Credit  http://otherside914.exteen.com/20100731/entry

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น